10 ที่เที่ยวอำนาจเจริญ 2567 มนต์เสน่ห์เมืองอีสาน

อำนาจเจริญเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งเช่น วัดพระธาตุเจดีย์ศรี และวัดห้วยโป่ง นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น ธารจำนงค์วรจักรและโบสถ์เฉลิมพระเกียรติฯ หรือโบสถ์มินตราภิรมย์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ อำนาจเจริญเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำให้ไปเที่ยวกัน โดยที่เที่ยวอำนาจเจริญที่เราแนะนำวันนี้ได้แก่

1. อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน

อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน หรืออ่างเก็บน้ำห้วยปลาแดก ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของบ้านพุทธมงคล ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ไปทางทิศเหนือเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น โดยเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุดมากถึง 21.94 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งบริเวณสันเขื่อนที่มีความยาวถึง 1,300 เมตร และความกว้างหน้าสันเขื่อน กว้างถึง 6 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบ มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างมาก

2. เขาคีรีวงกตภูมะโรง

เป็นพื้นที่ภูเขาขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ และเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเต็มไปด้วยผืนป่าที่ยังคงความสมบูรณ์ อีกทั้งยังสามารถพบเห็นสัตว์ป่าได้หลายชนิด ซึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจของที่นี่ ได้แก่ ถ้ำดานหิน, โขดหินที่เรียงตัวกันอยู่ หน้าผาสูงและชะง่อนผา ซึ่งเหมาะแก่การใช้เป็นที่พักผ่อนเดินป่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยได้เป็นอย่างดี

3. พระมงคลมิ่งเมืองและพุทธอุทยาน


มาเริ่มต้นกันที่แรกด้วยการเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอำนาจเจริญ กับ “พระมงคลมิ่งเมือง” หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันโดยทั่วไปว่า “พระใหญ่” ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองจังหวัดอำนาจเจริญ ภายในเต็มไปด้วยหินดานและปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ซึ่งในถูกปรับปรุงให้เป็น “พุทธอุทยาน” ส่วน “พระมงคลมิ่งเมือง” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์พระหน้าตักกว้าง 11 เมตร ความสูงจากระดับพื้นดินถึงยอดเปลวรัศมี 20 เมตร ได้รับอิทธิพลอินเดียเหนือ (ปาละ) ที่แผ่อิทธิพลมายังภาคอีสานของไทยเมื่อพันปีมาแล้ว ออกแบบโดย จิตร บัวบุศย์ การก่อสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็กครอบพระองค์เดิมซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น มีฐานกว้าง 8.4 เมตร ยาว 12.6 เมตร สูง 5.2 เมตร ตกแต่งด้านนอกด้วยกระเบื้องโมเสกสีทอง สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2508 โดยการกราบขอพรจากองค์พระมงคลมิ่งเมืองนั้น ส่วนมากนิยมขอพรให้คลายความทุกข์โศกร้อนใจ และบนบานให้ประสบความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ
นอกจากนี้บริเวณด้านหลังของพระมงคลมิ่งเมือง ยังมีพระพุทธรูปลักษณะแปลกอีก 2 องค์ คือ “พระละฮาย” หรือในภาษาอีสานเรียกว่า “พระขี่ล่าย” หมายถึงไม่สวยงาม ด้วยการเรียกตามลักษณะรูปลักษณ์ของพระพุทธรูปแบบโบราณ ซึ่งพบครั้งแรกในหนองน้ำในครั้งที่ปรับปรุงฝายกั้นน้ำ เมื่อปี พ.ศ. 2505 โดยมีความเชื่อว่าเป็นพระที่ให้โชคลาภ ที่มักมีชาวบ้านมากราบไหว้ขอพรอยู่เสมอ สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ amnatcharoen.cad.go.th

4. พระธาตุนาป่าแซง


พระธาตุนาป่าแซง หรือพระธาตุพนมจำลอง อีกหนึ่งที่เที่ยวอำนาจเจริญ ตั้งอยู่ตำบลนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศา ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2520 โดยพระครูสุทธิพัฒนาภรณ์ ศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ 113 องค์ ถูกบรรจุไว้ที่ยอดพระธาตุและกลางพระธาตุ โดยองค์พระธาตุมีความสูงเท่ากับพระธาตุพนมองค์เดิมทุกประการ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าถ้าใครที่ได้มากราบไหว้พระธาตุนาป่าแซงเท่ากับการได้กราบไหว้บูชาพระธาตุพนม ซึ่งจะทำให้ประสบความสำเร็จตามที่ขอมีอำนาจบารมีสูงส่ง ผู้คนนับหน้าถือตาเป็นผู้นำแก่บุคคลทั่วไป

5. วัดถ้ำแสงเพชร (วัดศาลาพันห้อง)


ภาพจาก ททท.
วัดถ้ำแสงเพชรหรือวัดศาลาพันห้อง ตั้งอยู่บนถนนสายอำนาจเจริญ-เขมราฐ ถือเป็นวัดสำคัญในจังหวัด ซึ่งที่มาของชื่อมาจากประกายของเกล็ดหินที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณวัดส่งประกายในช่วงแสงอาทิตย์นั่นเอง ภายในวัดมีพื้นที่กว้างขวาง มีความโดดเด่นอยู่ที่วิหารที่ตั้งอยู่บนยอดเขาของวัด ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐาน “พระเหล่าเทพนิมิตร” พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ส่วนทางทิศเหนือของวัดเป็นที่ตั้งของถ้ำขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมี ?ศาลาพันห้อง? ซึ่งเป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยงามของป่าไม้บริเวณวัด นอกจากนี้ในบริเวณวัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์ชา และยังเป็นวัดสาขาวัดหนองป่าพง ที่มีความเงียบสงบ และมีบรรยากาศที่เย็นสบายเหมาะสำหรับการนั่งสมาธิเป็นอย่างมาก

6. สวนเกษตรชิตสกนต์


ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน 42 หมู่ 14 อำเภอเมือง สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภายในสวนแห่งนี้ จะได้พบกับไร่ดาวเรืองขนาดใหญ่ กินพื้นที่กว่า 30 ไร่ พร้อมสัมผัสความสวยงามของทุ่งดอกดาวเรืองอเมริกันพันธุ์ Sovereign Gold และพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด พืชผัก สมุนไพร และพันธุ์ไม้หายากหลายชนิด และนอกจากจะได้ชมวิวสวย ๆ ของ “สวนเกษตรชิตสกนต์” แล้วที่นี่ยังมีบริการชิตสกนต์ รีสอร์ท สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมานอนพักผ่อนริมทุ่งดอกไม้สวย ๆ ได้อีกด้วย ทสำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ chitsakonflowerland.com

7. อุทยานดงลิงดอนเจ้าปู่



มีลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณมีเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่ ความโดนเด่นอยู่ที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉาะเจ้าลิงแสม อีกทั้งยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนให้ความเคารพและศรัทธา เพราะเป็นที่ตั้งของศาลปู่ตาที่สิงสถิตของเจ้าปู่ (พรานที) ซึ่งในช่วงเดือนห้า (บุญสงกรานต์) และเดือนหก (บุญบั้งไฟ) ชาวพนาจะมาร่วมกันจัดงานและนำบั้งไฟมาถวายเจ้าปู่ (พรานที) เป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสิริมงคลแก่พี่น้องชาวพนามาจนถึงปัจจุบัน

8. วัดพระเหลาเทพนิมิตร


ปิดท้ายที่วัดดังตั้งอยู่ในอำเภอพนา ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเดินทางไปสักการะให้ได้คือ วัดพระเหลาเทพนิมิตร ซึ่งภายในมี “พระเหลาเทพนิมิตร” พระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับนั่งขัดสมาธิราบ ลงรักปิดทองงดงาม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2263 ซึ่งว่ากันว่ามีลักษณะที่งดงามที่สุดในภาคอีสาน จัดอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปศิลปะแบบลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะทางล้านนา เพราะด้วยเค้าพระพักตร์เปลวรัศมีที่ยืดสูงขึ้น สัดส่วนของพระเหลาและพระบาท ซึ่งคล้ายคลึงกับที่ปรากฏอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปไม้ และสำริดที่สร้างขึ้นระหว่างปลายพุทธศตวรรษที่ 23 ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก วัดพระเหลาเทพนิมิต

9. เที่ยวริมแม่น้ำโขงที่ชานุมาน

แก่งหินขัด ภาพจาก เฟซบุ๊ก บ้านหินขัน
แหล่งท่องเที่ยวริมโขงสวย ๆ ที่ตั้งอยู่ภายในอำเภอชานุมาน ซึ่งมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงระยะทาง 38 กิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 80 กิโลเมตร บริเวณนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมความงามของทัศนียภาพ 2 ฝั่งโขงที่งดงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง (กุมภาพันธ์-พฤษภาคม) จะสามารถเห็นเกาะแก่งได้หลายแห่ง เช่น แก่งตางหล่าง ตั้งอยู่บ้านศรีสมบูรณ์ ห่างจากตัวอำเภอชานุมานประมาณ 1 กิโลเมตร ลักษณะของแก่งต่างหล่างคือเป็นโขดหินขรุขระอยู่ริมแม่น้ำโขง เป็นหินศิลาแลงคล้ายชามหรืออ่าง สามารถชมความสวยงามของแอ่งน้ำได้ในหน้าแล้ง เหมาะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจอย่างมาก คำว่า “ต่างหล่าง” เป็นภาษาถิ่น บอกถึงลักษณะของภาชนะที่มีลักษณะกว้างและตื้น และแก่งหินขัน เป็นแก่งหินตั้งอยู่กลางบริเวณแม่น้ำโขงชายแดนไทย-ลาว มีลักษณะเป็นร่องหินที่เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำเป็นเวลาหลายพันปี ซึ่งมีลักษณะเหมือนพานหรือขัน ปัจจุบันถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม และยังเป็นแหล่งซื้อขายปลาแม่น้ำโขงที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน

10. หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว

เป็นหมู่บ้านต้นแบบตามโครงการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดอำนาจเจริญ ตั้งอยู่ที่ตำบลปลาค้าว อำเภอเมือง ประชากรส่วนใหญ่ภายในหมู่บ้านมีเชื้อสายภูไท และที่สำคัญคือเป็นหมู่บ้านที่มีคณะหมอลำมากที่สุดในประเทศไทย ประกอบไปด้วยคณะใหญ่และคณะกลางกว่า 20 คณะ และมีรายได้จากการแสดงหมอลำถึงปีละ 20 ล้านบาท และที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งคือชาวบ้านปลาค้าวจะมีประเพณีสวดสรภัญญะ ซึ่งเป็นการสวดในท่วงทำนองการสวดมนต์ที่ไพเราะไม่เหมือนใคร ซึ่งปัจจุบันมีการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงหมอลำ ด้วยการพัฒนาให้เขากับยุคสมัยมากขึ้น รวมทั้งมีการฝึกหมอลำน้อย เพื่อฝึกสอนในเรื่องการออกเสียง จับจังหวะ และการฟ้อนรำท่าที่ถูกต้องเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมให้คงอยู่
นอกจากนี้ที่นี่ยังเปิดเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ในรูปแบบเฮือนโบราณบ้านอีสาน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจมาสัมผัสวัฒนธรรมและธรรมชาติ พร้อมชมการแสดงและเรียนรู้หมอลำกลอน, หมอลำซึ่ง และเดี่ยวพิณ-แคน และเยี่ยมชมวัตถุโบราณภายในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านได้อีกด้วย สำหรับผู้สนใจสามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ homestayplakaow.net